เวลา คือ ผลต่างระหว่างจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด
ของความผูกพันกับใครสักคน อะไรคือ เวลาในความคิดของคุณ สำหรับเรา..... เวลา คือ ผลต่างระหว่างจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด ของความผูกพันกับใครสักคน คนแต่ละคน มีเวลาที่ต่างกัน มีเวลาที่ไม่เท่ากัน เพราะความรู้สึกผูกพัน กับใครบางคนที่คุณเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่กลับรู้สึกเหมือนว่ารู้จักกันมานาน กับใครบางคน ที่คุณรู้จักกันมานาน แต่กลับรู้สึกว่าเหมือนเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง นั่นก็คงเป็นเพราะ...เวลา...ในความรู้สึก...
1 นาที
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 เดือน
1 ปี
1 ชั่วชีวิต
... อะไรคือ กำแพงในความคิดของคุณ สำหรับเรา.....
....กำแพง คือ สิ่งที่สร้างจากใจคน ๆ หนึ่ง เพื่อปิดกั้นไม่ให้คนบางคนเข้าถึง กำแพง อาจสร้างมาจาก ความกลัว ความไม่ไว้วางใจ และอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งแน่นอน กำแพงของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ทั้งที่มาของกำแพง ความหนาของกำแพง แต่เราเชื่อว่า ต้องมีสักวัน ที่กำแพงนั้นจะถูกทำลาย แล้วเวลา กับ กำแพง มาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร.....
ณ เวลานี้ของเรา...... ความผูกพันของเราสองคน ไม่สามารถวัดออกมาเป็นเวลาได้ เพราะมันยังไม่มีจุดสิ้นสุด... แต่เวลาของเรา ไม่ได้สร้างแค่ความผูกพัน แต่ยังสร้างกำแพงขึ้นมาอีกด้วย กำแพง ที่เรียกว่า " กำแพงกาลเวลา " เวลาได้เพิ่มกำแพงนี้ให้มากขึ้น และลดความผูกพันให้น้อยลง เวลาทำให้เราเจอกันน้อยลง พูดกันน้อยลง... และทำให้ความไม่เข้าใจเพิ่มขึ้น
จาก 1 ชั่วโมง ที่พูดกัน เหลือแค่....
1 นาที จาก 1 เดือน ที่เป็นห่วงกัน เหลือแค่....
1 วัน จาก 1 ชั่วชีวิต ... ที่อยู่ข้างกายกัน
เหลือแค่ 1 ปี ....
.....หวังว่าสักวันกาลเวลา จะช่วยทำลายกำแพงนี้ เหมือนกับที่กาลเวลา ได้สร้างกำแพงนี้ขึ้นมา
เรื่องเล่า (เหล้าๆ เบียร์ๆ ?)
"ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน มีกระป๋องใสใบหนึ่งวางไว้ตรงหน้า... ท่านเติมก้อนหินลงไปจนเต็มกระป๋อง หลังจากนั้นก็เติมกรวดทรายลงไปจนเต็ม... แล้วก็เติมทรายลงไปจนเต็มอีก สุดท้ายก็เทเบียร์ลงไปจนเต็มกระป๋อง... แล้วก็ให้นักศึกษาช่วยกันวิเคราะห์สิ่งที่ท่านทำ.." เด็กก็พูดไปต่างๆนานา แต่ไม่มีคำตอบที่ตรงใจ....ท่านจึงเฉลยว่า.. " หากกระป๋องนี่แทนตัวเราแต่ละคน.. ก้อนหิน...คือบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว.. ก้อนกรวด...คือเพื่อนสนิท เพื่อนบ้าน.. ทราย...คือบุคคลที่เราต้องเจอในการทำงาน เช่น เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง.. ชีวิตเรามักทุ่มเทให้กับงานเป็นอันดับแรก โดยลืมให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัว.. ลองคิดดูว่า..ถ้าเกิดเราเติมทรายลงไปจนเต็มกระป๋องก่อน จะไม่มีที่ว่างระหว่างทรายเหลือให้ก้อนกรวด.. บางคนให้ความสำคัญกับเพื่อนสนิท มากกว่าพ่อแม่ หรือครอบครัวตนเอง ก็เหมือนกับการเติมก้อนกรวดจนเต็มกระป๋อง.. ไม่มีที่ว่างเหลือให้ก้อนหินเช่นกัน.. แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับครอบครัว(ก้อนหิน)เป็นอันดับแรก.. ระหว่างนั้นยังไงก็มีที่ว่างให้ก้อนกรวด(เพื่อน)แทรกลงไปได้.. และก็ยังมีที่ว่างให้กับงาน(ทราย)แทรกลงไปอีก.. เพราะในที่สุดแล้ว...หากกระป๋องเกิดรูรั่วเล็กๆ ทรายก็จะร่วงออกหมด กรวดอาจจะออกไปบ้าง.. แต่สิงที่จะเหลือในกระป๋องก็คือ "ก้อนหิน" เช่นเดียวกับครอบครัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอไม่ว่าคุณจะประสบปัญหา(รูรั่ว)แค่ไหน.." แต่นักศึกษาถามท่านศาสตราจารย์ว่า แล้ว"เบียร์"อะไร? ศาสตราจารย์หัวเราะแล้วตอบว่า "ไม่ว่าชีวิตคุณจะยุ่งวุ่นวายยังไง ก็ต้องมีที่ว่างให้ความสนุก(เบียร์)อยู่เสมอ..." -*- มหาวิทยาลัยซีแกรม University คณะศิลปะการดื่ม สาขาเบียร์และเหล้า รับสมัครนักศึกษาใหม่ ลงทะเบียนได้ที่นี่ - คุณสมบัติทีต้องมีในตัวนักศึกษา 1.มีใจรักในการดื่มสุรา 2.มีเวลาอยู่กะเพื่อน 3.คุณต้องวิ่งให้ไว (หากมีคุณสมบัติครบทุกประการทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นพิเศษ) ภาคปกติ จันทร์-พฤหัสฯ ตั้งแต่เวลา 20.00น.-24.00น. ภาคสมทบพิเศษ ศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 20.00น.- จนตำรวจมาไล่ จบหลักสูตรรับฟิมล์ X-RAY ตับ+ปอด เพื่อใช่ในการรักษาพยาบาลต่อไป… ................... รับสมัครโดย การเม้นกลับ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ............. ปล.อย่าลืมมากรอกใบสมัครทิ้งไว้ด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ ปาเจรา วีดีโอ โหตุ โทรทัศน์ สุรา ตำราบ่สน ข้าฯ ขอ เคารพ น้อม สักการ แต่โทรทัศน์ นาจารย์ และวีดีโอ X.. นักศึกษา ทั้งวิทยุ ผู้ประกาศวิชา อบรม จริยา แก่ข้าในการปัจจุบัน ข้าฯ ขอ เคารพ เทปทุกๆอัน สามม้วน 1 วัน 1 วันเรียน3 วิชา ขอเดช เครื่องถ่ายเอกสารมา.. ปัญญาให้เกิดแตกฉาน อุตสาห์มา นั่งเรียนทุกๆวัน เรียนไปก็ ปวดกบาล ฉะนั้นอย่าได้ เรียนมันเลย(กราบ) ปัญญาต๊อกแต๊ก อิโหล โต๋ เต๋ สอบไม่ O.K. เลยเรียน8ปี(กราบ) ♀♂♥การรักใครหรือแอบชอบใครบางคน♥♀♂ วันนี้..เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้.. แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป.. สักวันเราจะรู้ว่า..สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้. เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่..ทั้งหมดของชีวิตเรา... วันหนึ่ง..หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ ที่เราคิดว่าเราพึงใจ..ปรารถนา..ต้องการขาดไม่ได้ เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก... เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า.. ความผูกพันกับสิ่งใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง... คิดเสียว่า.เราโชคดี.ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก ความผูกพัน..ก็เหมือนกับความรัก.. หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก แต่ความผูกพันที่ว่า.ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้น..เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ ในยามเช้า..เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม พออากาศร้อนหน่อย..เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ บางครั้งที่เราไม่สบาย..เราอาจต้องการน้ำอุ่น ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ..ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม.. หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที.ในแก้วใบเดียวกัน.. เราก็จะพบว่า..แก้วใบนั้น..ก็จะร้าว..แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา.. ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง..ไม่ผิด ถ้าเราค่อย ๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยที่สุด..เราก็มีโอกาสได้ผูกพัน... ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส..ได้รัก นั่นเอง ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น คือ........ความรัก ถ้าคุณเศร้า เหงา คิดถึงเค้าอยากเจอ พูดคุย คือ.........ความรัก ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใคร ๆ ที่ไม่ใช่คุณ คือ.........ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว ถ้าคุณเมามาย เค้าลูบหลังไหล่ ดูแล คือ.........ความรักที่บริสุทธิใจ ถ้าคุณเมามาย เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย คือ..........ความใคร่จากเค้าของคุณ ถ้าคุณเข้าหา แต่เค้าหนี... คือ......... ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว ถ้าคุณหนี แต่เค้าวิ่งตามมา คือ..........ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ ถ้าคุณร้องให้ ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ คุณคือคนโง่ และบ้า อย่างน่าอาย แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก และ มอบความรัก ให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้.. ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า จงภูมิใจที่มีความใคร่ เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป....
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เฮ้ๆ!! รู้จัก"คาคาชิ"กานป่าวอ่ะจ๊ะ
หวัดดี เราชื่อตะวันนะ...ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 1 จ้า >//<
เราชอบคาคาคาชิเป็นชีวิตจิตใจเลยล่ะ ^0^ น่ารักน้า...จาบอกให้ เราก็เลยอยากให้ทุกคนรู้จัก
เหมือนกับเราด้วยไง >.<
งั้นเรา มาเริ่มรู้จัก"คาคาชิ" ตัวละครสุดหล่อ(ของฉาน....>///<) จากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง นินจาคาถาอาโฮเฮะ จ้ะ เคยอ่านป่าววววว!!! ถ้ายังก็ลองไปหาอ่านซะนะ สนุกมากมายจ้า....
จบการศึกษาที่โรงเรียนนินจา เมื่ออายุ 5 ปี เลื่อนขั้นเป็นจูนิน เมื่ออายุ 7 ปี เลื่อนขั้นเป็นโจนิน เมื่ออายุ 13 ปี คาถาที่ถนัด พันปักษา (คาคาชิเป็นคนคิดค้นขึ้นเอง) อาหารที่ชอบ ซุปมิโซะ ปลาทะเลเผาโรยเกลือ อาหารที่เกลียด ของทอดทุกชนิด โดยเฉพาะเทมปุระ ของหวาน หนังสือเล่มโปรด อะจึ๊ย (หนังสือที่จิไรยะเขียนโดยดูผู้หญิงอาบน้ำ)
คาคาชิเป็นศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 4 (ชึ่งเป็นคนผนึกจิ้งจอกเก้าหางไว้ในตัวของนารุโตะ) เพื่อนร่วมทีมคือ อุวิวะ โอบิโตะ (เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติภารกิจ) และฮารุโนะ ริน คาคาชิคลั่งไคล้การอ่านหนังสืออจึ๋ยฯมาก ดังนั้นหากเขายังอ่านไม่จบ แต่มีคนมาเล่าตอนจบของอจึ๋ยฯให้ฟัง เขาจะทนไม่ได้ (ประมาณว่าเสียอรรถรสในการอ่านนั่นแหละ) ซึ่งตรงนี้นับเป็นจุดอ่อนของคาคาชิเลยก็ว่าได้ (สังเกตจากตอนที่คาคาชิกลับมาทดสอบฝีมือของนารุโตะกับซากุระ หลังจากการฝึกวิชามา 2 ปี) และคาคาชิได้ฝึกวิชาเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผาสำเร็จ แต่อิทาจิเคยพูดไว้ว่าถ้าไม่ใช่คนในตระกูลอุจิวะ ไม่สามารถเบิกเนตรนี้ได้ แต่คาคาชิก็ทำสำเร็จแม้ว่าจะยังใช้ได้ไม่คล่องก็ตาม ประมาณว่าใช้แล้วแรงหมดก๊อกเลยทีเ
เราชอบคาคาคาชิเป็นชีวิตจิตใจเลยล่ะ ^0^ น่ารักน้า...จาบอกให้ เราก็เลยอยากให้ทุกคนรู้จัก
เหมือนกับเราด้วยไง >.<
งั้นเรา มาเริ่มรู้จัก"คาคาชิ" ตัวละครสุดหล่อ(ของฉาน....>///<) จากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง นินจาคาถาอาโฮเฮะ จ้ะ เคยอ่านป่าววววว!!! ถ้ายังก็ลองไปหาอ่านซะนะ สนุกมากมายจ้า....
ชื่อ Hatake kakashi (ฮาตาเกะ คาคาชิ)
สังกัด หมู่บ้านโคโนฮะ
อาจารย์ โฮคาเงะรุ่นที่4
วันเกิด 15กันยายน
กรุ๊ปเลือด O
จบการศึกษาที่โรงเรียนนินจา เมื่ออายุ 5 ปี เลื่อนขั้นเป็นจูนิน เมื่ออายุ 7 ปี เลื่อนขั้นเป็นโจนิน เมื่ออายุ 13 ปี คาถาที่ถนัด พันปักษา (คาคาชิเป็นคนคิดค้นขึ้นเอง) อาหารที่ชอบ ซุปมิโซะ ปลาทะเลเผาโรยเกลือ อาหารที่เกลียด ของทอดทุกชนิด โดยเฉพาะเทมปุระ ของหวาน หนังสือเล่มโปรด อะจึ๊ย (หนังสือที่จิไรยะเขียนโดยดูผู้หญิงอาบน้ำ)
คาคาชิเป็นศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 4 (ชึ่งเป็นคนผนึกจิ้งจอกเก้าหางไว้ในตัวของนารุโตะ) เพื่อนร่วมทีมคือ อุวิวะ โอบิโตะ (เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติภารกิจ) และฮารุโนะ ริน คาคาชิคลั่งไคล้การอ่านหนังสืออจึ๋ยฯมาก ดังนั้นหากเขายังอ่านไม่จบ แต่มีคนมาเล่าตอนจบของอจึ๋ยฯให้ฟัง เขาจะทนไม่ได้ (ประมาณว่าเสียอรรถรสในการอ่านนั่นแหละ) ซึ่งตรงนี้นับเป็นจุดอ่อนของคาคาชิเลยก็ว่าได้ (สังเกตจากตอนที่คาคาชิกลับมาทดสอบฝีมือของนารุโตะกับซากุระ หลังจากการฝึกวิชามา 2 ปี) และคาคาชิได้ฝึกวิชาเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผาสำเร็จ แต่อิทาจิเคยพูดไว้ว่าถ้าไม่ใช่คนในตระกูลอุจิวะ ไม่สามารถเบิกเนตรนี้ได้ แต่คาคาชิก็ทำสำเร็จแม้ว่าจะยังใช้ได้ไม่คล่องก็ตาม ประมาณว่าใช้แล้วแรงหมดก๊อกเลยทีเ
ครอบครัวของ คาคาชิ
มารดาของคาคาชิไม่ปรากฏในเนื้อเรื่อง บิดาของคาคาชิคือ ฮาตาเกะ ซาคุโมะ นินจาอัจฉริยะซึ่งได้รับฉายาว่า "เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ" เมื่อ 5 ปีก่อน พ่อของคาคาชิได้ไปปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดในฐานะหัวหน้าทีม เขาถูกบังคับให้ต้อง "เลือก" ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่อ หรือรักษาชีวิตลูกทีมไว้ ซาคุโมะเลือกช่วยชีวิตเพื่อนลูกทีมจึงจำใจสละภารกิจ ซึ่งตามกฎห้ามละทิ้งภารกิจเด็ดขาด จากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เกิดผลเสียตามมา ซาคุโมะถูกคนในหมู่บ้านตำหนิ สุดท้ายแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมก็ว่าร้ายเขา ทำให้ซาคุโมะอ่อนล้าทั้งกายทั้งใจ สุดท้ายก็ปลิดชีพตัวเองลง คาคาชิตอนได้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาก็ฝึกเองไม่จำเป็นต้องฆ่าคนที่รักเเต่ตอนนารุโตะสู้กับซาซึเกะ ซาซึเกะไม่ได้อยากฆ่านารูโตะเลยแต่จำเป็นเพราะการจะได้ "เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา" จะต้องฆ่าเพื่อนที่รักที่สุด (เฉพาะคนในตระกูล) คือนารูโตะนั่นเอง
*********************************************************************************
*****************************************************************************
แฮ่ะๆ อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ ตอนนี้เราเพิ่งหัดน่ะจ้ะ พยามหารูปคาคาชิมาหลายๆรูป หลายๆแบบ แต่เอามาโพสแบบเท่ห์ไม่ได้เยย...T__T ไว้ คราวหน้าเราจะหารูปมายืนยันความเป็นแฟนพันแท้แห่ง อะจึ๊ยยยยย สวรรค์รำไรกันนะจ๊ะ 5555+
ปล. อยากได้ตุ๊กตาคาคาชิจัง เหอๆ ใครมีมาโพสให้ดูบ้างกะได้นะ พอกะไส เหอๆ
จิตราวรรณ ดีเนตรใหญ่
51024487
51024487
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
